General Information

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ของโลก เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีลักษณะเป็นทวีป และเป็นดินแดนเก่าแก่ที่มีประชากรตั้งรกรากมาเป็นเวลายาวนาน โดยก่อนที่ชาวยุโรปจะมาตั้งรกรากนั้น ชาวอะบอริจิน (Aborigine) และชาวเกาะทอร์เรสเทรต (Torres Strait Islanders) ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปนี้

ออสเตรเลียตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกในส่วนที่เรียกว่า โอเชียเนีย (Oceania) ประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้

ประเทศออสเตรเลียให้ทางเลือกที่หลากหลายในการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยมีให้เลือกมากกว่า 1,200 สถาบัน และ มีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า 22,000 หลักสูตร คุณสามารถเลือกเรียนได้ในทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา รวมถึงระดับฝึกอบรมวิชาชีพ (Vocational Education and Training, VET) ไปจนถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษและการศึกษาระดับอุดมศึกษา (รวมถึงระดับมหาวิทยาลัยแม้แต่ช่วงที่ทำงานหรือท่องเที่ยวที่นี่ ยังสามารถศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเลือกเรียนหลักสูตรสั้น ๆได้  

สถานที่ท่องเที่ยว

    1.Sydney Opera House

โรงอุปรากรซิดนีย์ เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่รู้จักกันดีทั่วโลก ออกแบบโดย สถาปนิก ชาวเดนมาร์ก ยอน อุตซอน (Jørn Utzon) ตั้งอยู่บริเวณ ปากอ่าวซิดนีย์ และเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550 องค์การยูเนสโก ได้รับลงทะเบียน ให้โรงอุปรากรซิดนีย์ เป็นมรดกโลก Sydney Opera House เป็น ศิลปะการออกแบบ ที่ทันสมัย ด้วยชุดคอนกรีตสำเร็จรูปขนาดใหญ่ มันเป็นหนึ่งในอาคารสัญลักษณ์ ที่ยิ่งใหญ่ ของศตวรรษที่ 20 ภาพของความงาม อันยิ่งใหญ่ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ เมือง ประเทศ และ ทั้งหมดของทวีป. ตัวโอเปราเฮาส์เองมีขนาดประมาณ 1.8 เฮกเตอร์ 4.5 เอเคอร์ ภายใน ประกอบ ไปด้วย ห้องต่างๆดังนี้ โรงแสดงคอนเสิร์ต 2,679 ที่นั่ง และมีไปป์ออร์ แกนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงอุปรากร 1,547 ที่นั่ง โรงละคร 544 ที่นั่ง เพลเฮาส์ 398 ที่นั่ง โรงภาพยนตร์ 364 ที่นั่ง และ อื่นๆ ประกอบด้วย สตูดิโอ สำหรับซ้อม 5 ห้อง ภัตตาคาร 4 ร้าน 6 บาร์ ฯลฯ ตัวโรงละคร มีความสูง 183 เมตร จุดที่กว้างที่สุดมีความยาว 120 เมตร และเสาเข็ม ฝังเข้าไปในดินมีความลึกถึง 25 เมตร

     2.Bondi Beach

เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีและยังเป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดดและพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน

     3.Blue Mountains

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ไปทางใต้ราว 2 ชั่วโมงด้วยการขับรถในความเร็วปกติ การเดินทางมาชมเสน่ห์ของขุนเขาแห่งนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่นอาจจะใช้บริการรถไฟที่จะมีขบวนรถออกจาก เซ็นทรัลสเตชั่นทุกๆชั่วโมง และในอีก 2 ชั่วโมงต่อมาเมื่อถึง สถานีคาทุมบา (Katoomba Station) ก็มาต่อด้วย Explorer Bus ซึ่งให้บริการออกจากสถานีรถไฟคาทุมบาทุกๆชั่วโมงเช่นกัน เริ่มจากเวลา 9.30 น.จนถึงเวลา 16.30 น. การซื้อตั๋วแบบรวมทั้งรถไฟและรถบัสก็มีให้เลือกในราคาน่าสนใจทีเดียว Blue Mountains เป็นดินแดนที่สร้างสรรค์จากผลงานตามธรรมชาติ มีเทือกเขามากมายที่ให้เราชม เทือกเขาที่เด่นสุดของที่นี่คือ เทือกเขา ทรี ซีสเตอร์ ร็อกส์ (Three Sister Rocks) หรือเรียกกันว่า เขาสามอนงค์ โดยเทือกเขานี้จะมีภูเขาทั้ง 3 ลูกเรียงกัน ที่นี่เหมาะแห่งการชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะสวยเป็นพิเศษเหมาะแก่การถ่ายรูป

การศึกษา

การศึกษาภาคบังคับของออสเตรเลียเริ่มตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ ถึงปีที่ 10 (Year 1-10) หรือ ระหว่างอายุ 6-15 ปี เมื่อนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน ฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจการในภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ได้ หรืออาจศึกษาต่อหลักสูตรระยะสั้น ในวิทยาลัย TAFE หลังจากจบการศึกษาภาคบังคับแล้ว นักเรียน ส่วนใหญ่เลือกเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอีก ปี เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย และวิทยาลัยเทคนิคในระดับอุดมศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติสามารถสมัครเข้าเรียนได้ตั้ง แต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับปริญญาเอก ทั้งในสถาบัน การศึกษาของรัฐและเอกชน  

การศึกษาระดับมัธยม (Secondary Education)

            ระดับมัธยมศึกษาแบ่งออกเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น (Year 7-10 หรือเทียบเท่า ม.1 - .4 ของไทยและมัธยมศึกษาตอนปลาย (Year 11-12 หรือเทียบเท่า ม.5 - .6 ของไทยในการจัดหลักสูตร หน่วยการศึกษาของแต่ละรัฐ จะมีการจัดหลักสูตรและการประเมินผลเป็นของตนเอง โรงเรียนมีอิสระในการจัดหลักสูตรหรือเพิ่มเติมวิชาเรียน ทั้งนี้ต้องอยู่ในความเห็นชอบจากรัฐบาล มาตรฐานของหลักสูตรจะอยู่ในระดับที่ดี ทัดเทียมกันในทุกรัฐ โดยจัดให้มีการสอบมาตรฐานสำหรับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเป็นโรงเรียนแบบ Day School คือ ไปเช้าเย็นกลับ ในขณะที่โรงเรียนเอกชนจะมีแบบโรงเรียนประจำ (Boarding School) และไปกลับ นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน หรือชายล้วนและโรงเรียน สหศึกษาคือ มีทั้งนักเรียนหญิงชายเรียนร่วมกัน  

หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (Foundation Studies)

           เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อระดับ อุดมศึกษาในออสเตรเลียให้กับนักเรียนต่างชาติใช้เวลาในการเรียน 1ปี เนื้อหาของหลักสูตรมาจาก Year 11-12 บวก วิชาพื้นฐานในสาขาที่นักศึกษาจะศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตร Foundation แบ่งออกเป็น สายวิทย์ สายศิลป์ และธุรกิจ ก่อนเข้าเรียนนักศึกษาจากประเทศไทยจะต้องจบชั้นปีที่ 11 หรือ ม.6 หรือ ปวชมีผลIELTS ประมาณ 5.0 หรือTOEFL ประมาณ 500 ขึ้นไป GPA ไม่ควรต่ำกว่า 2.5 ถ้าสอบผ่านทุกวิชาของหลักสูตร Foundation ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดก็สามารถจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้เลย สำหรับ นักศึกษาที่จบปีที่ ในระดับปริญญาตรีในประเทศไทยแล้ว สามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้โดยไม่ต้องเรียนหลักสูตร Foundation หลักสูตรนี้เปิดสอนทั้งในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย เทคนิค (TAFE) และในโรงเรียนมัธยมศึกษา ค่าใช้จ่ายสำหรับ นักเรียนทุนส่วนตัวค่าเล่าเรียนประมาณปีละ 9,000 - 12,000 เหรียญออสเตรเลีย  

วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (College of Technical and Further Education)

           วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องที่เรียกสั้นๆ ว่า เทฟ (TAFE) รับนักศึกษาจบ Year 10 หรือมัธยมศึกษาปีที่ เป็นวิทยาลัยเทคนิคและอาชีวศึกษาของรัฐบาล ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ เป็นหน่วยงานการศึกษาการอบรมด้านวิชาชีพ วิทยาลัยTAFE ให้การศึกษาที่ครอบคลุมทักษะสำคัญๆ ทั้งหมดในวิชาชีพด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และศิลปะ หลักสูตรของ TAFE มีทั้งระดับช่างฝึกหัด ช่างฝีมือชั้นสูง และช่างเทคนิค ตลอดจนหลักสูตรพาณิชยกรรม เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ และหลักสูตรทั่วไป แบ่งการสอนเป็นระดับคือ  

1. ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ ถึง 4 (Certificate I-IV) ระยะเวลาเรียน เดือน -1ปี เป็นหลักสูตรวิชาชีพพื้นฐาน เน้นความรู้ระดับปฏิบัติงาน 

2. อนุปริญญา (Diploma) ระยะเวลาเรียน ปี เป็นหลัก สูตรระดับปฏิบัติงาน และวางแผน 

3. อนุปริญญาชั้นสูง (Advanced Diploma) ระยะเวลาเรียน 2-3 ปี สามารถโอนหน่วยกิต ไปต่อระดับปริญญาตรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้า สูงกว่าตำแหน่งหัวหน้างาน นอกจากนี้ วิทยาลัย TAFE ยังมีหลักสูตรพิเศษที่จัดขึ้นตามความต้องการของหน่วยงานนอกสถาบัน รวมทั้งให้บริการการศึกษาผู้ใหญ่ในหลักสูตร Matriculation ซึ่งเป็นหลักสูตรสามัญเร่งรัด ปี สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน18 ปีขึ้นไป ที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายและต้องการสอบเพื่อให้ได้วุฒิดังกล่าวเพื่อ เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา 

มหาวิทยาลัย (University)

            ปัจจุบันออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี และวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยกระดับวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นของรัฐบาลทั้งหมด ยกเว้น Bond University และ The University of Notre Dame ดังได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า ออสเตรเลียไม่มีระบบเอ็นทรานซ์เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย การรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี พิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษา ในกรณีที่เป็นนักเรียนต่างชาติก็พิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมปลาย มหาวิทยาลัยอาจกำหนดคุณสมบัติในการเข้าเรียนระดับ ปริญญาตรีของนักเรียนจากประเทศต่างๆ แตกต่างกันไป เช่น ในกรณีประเทศไทยบางสถาบันอาจพิจารณารับผู้ที่จบปี ใน ระดับมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น  

             นอกจากนี้ สถานศึกษาทั่วไปของออสเตรเลียยังไม่ยอมรับผลการสอบเทียบในประเทศไทยเว้นแต่จะได้เกรด2.5 ขึ้นไป หลายสถาบันเปิดหลักสูตรการเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าสถาบันนั้นๆ แต่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ ใช้เวลาศึกษา ปี หากนักศึกษา สามารถสอบผ่านปีพื้นฐานได้ ก็จะได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีตามสาขาที่เลือกไว้  

สกุลเงิน

ประเทศออสเตรเลียใช้สกุลเงิน ดอลลาร์ออสเตรเลีย(AUD$) โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ25 - 30 บาท

เวลาในการเดินทาง

เดินทางจากประเทศไทยไปออสเตรเลียใช้เวลาประมาณ 7 – 9 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาต่อเครื่อง)

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส

  1. ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม 

  2. ฤดูร้อน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัดและ อาจมีไฟป่า

  3. ฤดูใบไม้ร่วง มีนาคม-พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งทาง ตอนใต้และเมืองในเขตป่า ฝนจะตกชุก บางแห่งอาจมีน้ำท่วม 

  4. ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม อากาศเย็นจัดมีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป

ภาษา

โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางราชการและเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารหลักของประเทศ ออสเตรเลีย

เวลา

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่างของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่งออกเป็น โซน ดังนี

  1. Eastern Standard Time-EST เร็วกว่าเวลา GMT 10 ชั่วโมงและเร็วกว่าประเทศไทย ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria , Tasmania , Queensland และ Canberra

  2. Central Standard Time - CST เร็วกว่าเวลา GMT 9.5 ชั่วโมงและเร็วกว่าประเทศไทย ชั่วโมงครึ่ง ใช้ในรัฐ South Australia และเขตปกครอง Northern Territory

  3. Western Standard Time - WST เร็วกว่าเวลา GMT 8 ชั่งโมงและเร็วกว่าประเทศไทย ชั่วโมง ใช้ในรัฐ Western Australia

Daylight Saving  ในช่วงฤดูร้อน ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria , New South Wales , South Australia และ Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคม

จุดเด่น

  • Sydney เป็นเมืองที่คนไทยไปเรียนต่อมากที่สุด

  • สถาบันการศึกษาหรือหลักสูตรการเรียนที่มีให้เลือกมากมาย

  • สถานที่เที่ยวมีหลากหลายแนว