SEASONS OF NEW ZEALAND

ภูมิอากาศของประเทศนิวซีแลนด์ประกอบด้วย 4 ฤดู คือ

  1. ฤดูร้อน (SUMMER) เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิ 19-30 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไป อากาศจะแห้ง แต่ไม่ร้อนจัดเหมือนประเทศไทย ซึ่งฤดูร้อนของประเทศนิวซีแลนด์ ภูมิอากาศจะอบอุ่นและเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะไปเที่ยวทะเล เกาะต่างๆ รวมทั้งทำกิจกรรมทางน้ำ อย่างเช่น ว่ายน้ำที่ชายหาด, ว่ายน้ำกับปลาโลมาในธรรมชาติ, ดำน้ำ, พายเรือคายัค, ล่องเรือ, เล่นเซิร์ฟ, ล่องแก่ง และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ช่วงเวลากลางวันของฤดูก็จะมีช่วงเวลาที่ยาวนานและอากาศในตอนกลางคืนจะหนาวเย็น ดังนั้นถ้าไปเที่ยวในฤดูนี้ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย (บางครั้งอาจจะมีหิมะตกในฤดูนี้ด้วยซ้ำ) และเนื่องจากว่าฤดูร้อนเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ความงดงามทางธรรมชาติที่จะเห็นได้ในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงคริสต์มาสก็คือ ดอกไม้สีแดงของต้น Pohutukawa ที่บานสะพรั่ง เปรียบเสมือนเป็นต้นคริสต์มาสที่ถูกตกแต่งโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ในฤดูร้อนยังมีผลไม้ต่างๆในเลือกรับประทานกัน ได้แก่ กีวี่, แอ๊ปเปิ้ล, สตรอเบอร์รี่, เชอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่, แอพปริคอต, องุ่น, บลูเบอร์รี่, เมล่อน, ราสเบอร์รี่, ฟิก และผลไม้อื่รๆอีกมากมาย และกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำได้ในฤดูร้อนก็คือ การขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปชมกลาเซียร์ที่ Franz Josef Glacier ก็สามารถทำได้แม้ว่าในวันที่มีอากาศร้อนที่สุดของปี ดังนั้นควรเตรียมใจไว้เลยว่าเพราะว่าชาวนิวซีแลนด์ต่างก็ใช้เวลาในช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่ 2-3 อาทิตย์ในการท่องเที่ยวภายในประเทศ อีกทั้งเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้ทั้งค่าที่พักและกิจกรรมต่างๆก็จะมีราคาสูงกว่าปกติ แต่ถึงเป็นช่วงไฮซีซั่นยังไงนักท่องเที่ยวก็ยังคงนิยมไปเที่ยวในช่วงนี้อยู่ดี ดังนั้นการไปท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นแบบนี้จะต้องจองที่พักล่วงหน้าเพราะถ้าไม่ทำการจองที่พักล่วงหน้า ที่พักอาจจะเต็มได้

 

  1. ฤดูใบไม้ร่วง(AUTUMN) เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิ 16-26 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไป อากาศจะเริ่มเย็นลง ตามเมืองชายฝั่งจะมีฝนตกชุกการท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงก็จะสามารถเห็นใบไม้เปลี่ยนสี เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีเหลือง ทอง และส้ม ซึ่งจะตัดกับท้องฟ้าโปร่งจะมีสีฟ้าสดใสทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาออกไปนึง โดยเฉพาะในบริเวณภูมิภาคของ Hawke’s Bay (เกาะเหนือ) และ Central Otago (เกาะใต้) จะมีความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีมากเป็นพิเศษ รวมทัง้การได้ไปเยี่ยมชม Hobbiton Film Set ที่เมือง Matamata ในเกาะเหนือก็จะได้เห็นความสวยงามของดอกบลูเบลล์ (ดอกระฆัง) รวมทั้งดอกไม้นานาชนิดได้อีกด้วย นอกจากนี้ฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นอีกฤดูกาลของประเทศที่มีความงดงาม นอกจากนี้ในช่วงปลายของฤดูกาลบริเวณทางตอนใต้ของเกาะใต้อาจจะพบหิมะตกได้อีกด้วย เนื่องจากว่าฤดูกาลนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวจึงทำให้การหาที่พักไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยว

  1. ฤดูหนาว (WINTER) เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิ 16-26 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไป อากาศจะเย็นจัดจนทำให้มีหิมะตกตามยอดเขาสูง นอกจากจะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดแล้วยังเป็นช่วงเวลาที่มีฝนตกชุกมากอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าฤดูหนาวจะมีฝนตกชุกแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเล่นสกีและการเดินบนธารน้ำแข็งมากที่สุดในบริเวณเกาะใต้เพราว่ามีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า และเมื่อากาศเริ่มเย็นขึ้นก็จะถึงช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวผล Citrus Fruits ซึ่งเป็นผลไม้ตระกูลส้มและสามารถหาชมสวนได้ที่ Hawke’s Bay ในเกาะเหนือ อีกทั้งยังมีแหล่งเล่นสกีหิมะระดับโลกเช่น Central Plateau, Canterbury และ Central Otago นอกจากนี้ยังมีสถานที่เล่นสกีในบริเวณใกล้เคียงกันอีกที่คือ Queentown และ Wanaka โดยลานสกีจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาวยังมีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การเข้าชมการแข่งขันกีฬารักบี้ โดยทีมอันดับหนึ่งของโลกอย่างทีม All Blacks อีกด้วย เนื่องจากว่าในช่วงฤดูนี้หิมะจะตกที่บนยอดเขาเป็นส่วนใหญ่ โดยอาจจะมีหิมะตกในบริเวณภาคพื้นบ้างเล็กน้อย  ทั้งนี้การขับรถในช่วงเช้าควรระมัดระวังถนนลื่นเนื่องจากพื้นถนนปกคลุมด้วยน้ำค้างที่กลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้บนพื้นผิวถนนอาจจะเป็นน้ำแข็งทำให้ถนนลื่นมาก นอกจากนี้ถนนและทางหลวงหลายสายมักถูกปิดเนื่องจากหิมะปกคลุมหนาเกินไป โดยเฉพาะบริเวณทางที่ตัดผ่านภูเขา ดังนั้นการที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรหาที่พักและวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าให้พร้อม

  1. ฤดูใบไม้ผลิ (SPRING) เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน อุณหภูมิ 15-26 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบายและเป็นช่วงที่อากาศที่ดีที่สุดของปี เพราะเป็นช่วงเวลาทีมีโอกาสเผชิญกับทุกสภาพอากาศคือตั้งแต่หนาวและหนาวจัด (จนเป็นน้ำแข็ง) ไปจนถึงสภาพภูมิอากาศอบอุ่นจนถึงร้อน เรียกได้ว่าสภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนในช่วงฤดูนี้ เพราะจะมีฝนตกในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งข้อดีของการท่องเที่ยวฤดูนี้ก็คืนักท่องเที่ยวยังมีไม่มากนักเพราะไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น  นอกจากนี้ในช่วงนี้ต้นไม้ ดอกไม้จะเริ่มแตกหน่อผลิดอกออกผลที่งดงามทั้งประเทศซึ่งน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ, ดอกแมกโนเลีย, ดอกโรโดเดนดรอน (กุหลาบพันปี), ดอกอาเลีย และดอกทิวลิป รวมทั้งผลไม้อย่างเชอร์รี่, แพร์, พีช  และพลัม  โดยเฉพาะใน Central Otago ก็จะบานในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งยังเป็นช่วงที่หิมะกำลังจะเริ่มละลาย จึงทำให้น้ำในแม่น้ำต่างๆ ดูงดงามอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลานี้ยังเหมาะอย่างยิ่งที่จะเล่นกีฬาทางน้ำ

 ** อุณหภูมิเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคม และ 8 องศาเซลเซียส ในเดือนกรกฎาคม **

** เนื่องจากนิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่น ทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก - ลมประจำที่พัดผ่าน คือลมฝ่ายตะวันตก - กระแสน้ำอุ่นออสเตรเลียตะวันออก อากาศแตกต่างกันดังนี้ - เกาะเหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทั่วเกาะ – เกาะใต้ชายฝั่งตะวันตกฝนชุกกว่าชายฝั่งตะวันออก - เกาะใต้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่ว และมีมากที่Mt.Cook **

** ฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวนิวซีแลนด์และออสเตรเลียเป็นจำนวนมาก ก็คือ ฤดูกาลปิดเทอม ซึ่งช่วงเวลาปิดเทอมของโรงเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ในระหว่างปี 2016 – 2018 ได้แก่

-      16 ธันวาคม 2016 – 07 กุมภาพันธ์ 2017

-      13 เมษายน 2017 – 01 พฤษภาคม 2017

-      07 กรกฎาคม 2017 – 24 กรกฎาคม 2017

-      29 กันยายน 2017 – 16 ตุลาคม 2017

-      14 ธันวาคม 2017 – 29 มกราคม 2018

-      13 เมษายน 2018 – 30 เมษายน 2018

-      06 กรกฎาคม 2018 – 23 กรกฎาคม 2018

-      28 กันยายน 2018 – 15 ตุลาคม 2018

-      18 ธันวาคม 2018 – 04 กุมภาพันธ์ 2019