CITIES OF NEW ZEALAND : Auckland

เป็น“เมืองแห่งเรือ” หรือ “เมืองราชินี” เพราะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านคน เมืองโอ๊คแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอ่าวไวเตมาตาและอ่าวมานูเกา ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากอ๊อคแลนด์เป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นเมืองที่มีการเล่นเรือใบ (The city of sails) โดยมีแม่น้ำไวกาโต ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ไหลผ่าน

นอกจากนี้ที่เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ จึงทำให้เมืองอ๊อคแลนด์เปรียบเสมือนเป็นเมืองหน้าด่านของเกาะเหนือที่รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งนับตั้งแต่ที่มีการแข่งขัน America’s Cup ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองโอ๊คแลนด์เมื่อปี 1999 และ 2002 ได้มีเงินตราหลั่งไหลเข้าสู่เมืองอ๊อคแลนด์อย่างมากมาย ทำให้โอ๊คแลนด์ได้ถูกพัฒนาโดยการสร้างเมืองนานาชาติที่ทันสมัยและหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประกอบกิจการโรงแรม, ภัตตาคาร, คาเฟ่,บาร์และเรือสำราญ ชื่อว่าเมือง Viaduct Basin

         

ซึ่งในการเยี่ยมชมเมืองที่มีสีสันอย่างเช่นอ๊อคแลนด์ก็คือ การใช้บริการ Auckland Explore Bus นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองอ๊อคแลนด์ ได้แก่ Auckland’s Sky Tower, Mount Eden, Kelly Tarlton’s, Auckland Zoo, Auckland Museum, National Maritime Museum, Auckland Regional Botanical Garden, Victoria Park Market, Auckland Harbour Bridge เป็นต้น แม้ว่าเมืองอ๊อคแลนด์จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่พิพิธภัณฑ์อ๊อคแลนด์ (Auckland Museum) ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนประเทศนิวซีแลนด์ โดยพิพิธภัณฑ์อ๊อคแลนด์ตั้งอยู่ใน Auckland Domain ซึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟอันเก่าแก่ของประเทศและเป็นสถานที่ๆจัดแสดงศิลปะวัตถุของชาวเผ่าเมารีและโพลีเนเชียนที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้ง หอคอย Sky Tower ของอ๊อคแลนด์ (Auckland’s Sky Tower) เป็นหอคอยที่มีความสูง 110 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ด้วยความที่เป็นอาคารที่สูงที่สุดในซีกโลกใต้ ซึ่งมีความสูง 328 ม. โดยหอคอยแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2540 จากจุดชมวิวจึงทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองอ๊อคแลนด์ได้ไกลถึง 80 กม. อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทีท้าทายสำหรับคนที่ชอบความสูงโดยการเดินชมวิวบนรอบนอกของสกายวอร์ค (Sky Walk) ซึ่งมีความสูง 200 เมตร โดยมีระบบความปลอดภัยด้วยการรั้งเชือกเอาไว้ รวมไปถึงชุดหมีและรองเท้าผ้าใบเอาไว้ให้ สำหรับใครที่ชื่นชอบความท้าทายมากขึ้นไปอีก ก็ยังมีกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งคือ กิจกรรมดิ่งหอคอยที่ชื่อว่า สกายจัมพ์ (Sky Jump) ซึ่งเป็นการกระโดดจากบนตึกที่มีความสูง 192 เมตร คล้ายกับการเล่นบันจี้จัมพ์แต่ต่างกันที่ผู้ที่กระโดดไม่ต้องห้อยหัวลงเหมือนบันจี้จัมพ์ ซึ่งการเล่นกิจกรรมนี้เป็นสถิติการกระโดดที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์อีกด้วย

  

เนื่องจากชาวนิวซีแลนด์ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน, การเล่นกระดานโต้คลื่น, การวิ่ง , การแล่นเรือใบหรือเดินเล่นบนทุ่งหญ้าที่อุดมไปด้วยความเขียวขจีและสดชื่นที่มีอยู่มากมายในเมืองอ๊อคแลนด์ และที่สวนสาธารณะคอร์นวอลล์ (Cornwall Park) ซึ่งกิจกรรมต่างๆที่นี่เป็นกิจกรรมที่ไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจากทำกิจกรรมแล้วซึ่งที่ผู้คนจะนึกถึงคือภัตตคารหรือร้านอาหารเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งมาที่เมืองอ๊อคแลนด์ก็จะไม่ผิดหวังเลย เพราะที่นี่มีทั้งภัตตาคาร ร้านอาหารและคาเฟ่ในราคาที่ไม่แพงมากไปจนถึงภัตตาคารที่หรูหราระดับโลกไว้คอยให้บริการ ซึ่งมีทั้งอาหารอิตาเลี่ยน, อาหารฝรั่งเศส รวมทั้งอาหารเมดิเตอร์เรเนี่ยนซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับที่นี่ รวมทั้งยังมีทั้งอาหารไทย, อาหารญี่ปุ่น และอาหารทางเอเชียตะวันออกที่ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงที่ผลิตอยู่ในท้องถิ่นมาประกอบอาหาร โดยที่เราสามารถเดินทางไปที่ Viaduct Basin เพื่อไปเดินไปตามย่าน Ponsonby ที่เป็นแหล่งอาหารแสนอร่อยมากมายที่เมืองอ๊อคแลนด์

  

ส่วนชีวิตในยามค่ำคืนของเมืองนี้นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีทั้งคลับ, บาร์ ไปจนถึงโรงละครและสถานที่ๆแสดงดนตรีสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษาหรือวัยรุ่นทั้งหลายก็จะพากันไปเที่ยวที่ถนนสายหลักในย่านใจกลางของเมือง ส่วนคนร่ำรวยและคนที่มีฐานะของเมืองอ๊อคแลนด์มักจะชื่นชอบที่จะไป Vaiduct Basin ต่างจากที่ Ponsonby ซึ่งเป็นด้วยศูนย์รวมของไนท์คลับและบาร์มากกว่า

    

ยังไม่หมดแค่นั้น และเมื่อเราเดินทางออกจากใจกลางเมืองอ๊อคแลนด์ เราสามารถนั่งเรือข้ามฟาก Fullers ไปยังที่ Devonport ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กๆที่มีธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนตามชายหาด, ภัตตาคารและคาเฟ่เล็กๆที่มีบรรยากาศน่ารักๆ ไม่เพียงแค่นั้นในเขตตะวันตกของเมืองอ๊อคแลนด์ยังเป็นแหล่งผลิตไวน์ ซึ่งคุณสามารถจะไปลองลิ้มชิมไวน์ Cabenet Sauvignon ท้องถิ่น ได้จากโรผลิตไวน์ที่มีอยู่ถึง 110 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองอ๊อคแลนด์ นอกจากนี้เรายังสามารถเดินทางไปยัง Waiheke Island ซึ่งอย่ห่างจากเมืองอ๊อคแลนด์เพียง 35 นาที โดยการนั่งเรือข้ามฟาก ซึ่งเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยงาม ที่อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม บนเทือกเขาที่ทอดยาวและหาดทรายสีขาวอันแสนงดงามอีกด้วย