CITIES OF NEW ZEALAND : Christchurch

เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยมมากกว่าเมืองเวลลิงตันและอ๊อคแลนด์และมีขนาดใหญ่ที่สุดทางเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ ไครส์เชิร์ชเป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลของประเทศอังกฤษอย่างแท้จริง โดยมีสวนดอกไม้ที่สวยงาม มีแม่น้ำเอวอน ซึ่งตั้งชื่อตามพี่น้องคณนดีผู้บุกเบิกเพื่อระลึกถึง สก็อตดิช เอวอน ผู้ที่ทำให้เกิดทางน้ำไฟลผ่านภูเขาแอร์ไชน์ใกล้กับฟาร์มของบรรพบุรุษของเขา และทางน้ำไหลผ่านสู่เครส์ (The Clyde ซึ่งเป็นแม่น้ำทางฝั่งตะวันออกของสก็อตแลนด์) ไหลผ่านใจกลางเมืองและประกอบด้วยไปสถาปัตยกรรมในรูปแบบของอังกฤษในยุคบุกเบิก ไครส์เชิร์ชจึงถูกขนานนามว่า เป็นเมืองแห่งสวนดอกไม้ตระการตา (Garden City) และมีชื่อเสียงในความเป็นผู้ดีอังกฤษ เนื่องด้วยถนนหนทางอันร่มรื่นที่เรียงรายไปด้วยอาคารสมัยวิคตอเรียในใจกลางเมืองใกล้กับวิหารไครส์เชิร์ชและเรือพายที่ล่องผ่านไปตามแม่น้ำเอวอนเพื่อชื่นชมสวนดอกไม้อันสวยงามของเมืองไครส์เชิร์ช ซึ่งที่นี่คือเมืองคือเมืองใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศนิวซีแลนด์

 

ไครส์เชิร์ชตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ ทางเหนือฝั่งน่านน้ำเพนนินซูล่า ตั้งแต่ปี 2006 บริเวณเขตนี้อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองไครส์เชิร์ช จากการสำรวจสำมะโนประชากรของเมืองไครส์เชิร์ชเมื่อปี 2013 มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 341,469 คน ซึ่งชื่อเมืองไครส์เชิร์ชถูกตั้งขึ้นโดยสมาคมแคนเทอเบอรี่ (ตั้งอยู่บริเวณรอบเมืองแคนเทอเบอรี่) ชื่อเมืองนี้เป็นที่ยอมรับจากการประชุมสมาคมครั้งแรกในวันที่ 27 มีนาคม 1848 โดยการแนะนำจาก นาย จอห์น โรเบิร์ต ก๊อตเร่ ผู้ที่เคยเข้าโบสถ์คริสต์ เมืองออกซ์ฟอร์ด ช่วงแรกบางคนเรียกเมืองนี้ว่า เมืองโบสถ์คริสต์ ( Christ Church) แต่หลังจากมีการประชุมกรรมการสมาคมได้กำหนดให้เมืองนี้มีชื่อว่า เมืองไครส์เชิร์ช (Christchurch) และเมืองไครส์เชิร์ชได้ตั้งเป็นเมืองโดยมีพระราชกำหนด ซึ่งกำหนดตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 1856 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ไครส์เชิร์ชยังเป็นประตูที่จะนำไปสู่เมืองอื่นๆ ของเกาะได้อย่างสะดวกสบาย ทางทิศตะวันออกของเมืองยังอยู่ติดกับที่ราบแคนเทอเบอรี่ (Canterbury Plains) และมีเมืองท่าบริวารอย่าง ลิทเทลตัน (Lyttelton) ที่อยู่ตรงข้ามของพอร์ตฮิลส์ (Port Hills) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือสำราญจะจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่มาล่องเรือเล่น ด้วยได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวถึงสองครั้งใหญ่ๆ ในปี 2010 และ 2011 ไครสต์เชิร์ชจึงอยู่ระหว่างการพลิกฟื้นคืนสภาพ ด้วยการสร้างศูนย์กลางทางธุรกิจขึ้นมาใหม่ พร้อมๆ กับการพัฒนาชานเมืองอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว แม้อาคารเก่าแก่จะถูกทำลายหายไป แต่ก็มีความตื่นเต้นของโครงการในอนาคตที่พร้อมจะสร้างสีสันและบรรยากาศใหม่ให้กับเมืองแห่งนี้เข้ามาแทนที่ ทั้งบาร์ใหม่ๆ ร้านอาหาร ร้านค้า และพื้นที่สาธารณะต่างๆ ด้วยตั้งอยู่ห่างจากเม้าท์ฮัทท์ (Mount Hutt) ซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นจุดพักของเหล่านักสกีและสโนว์บอร์ดที่เฝ้ารอวันอากาศดีในการเล่นกีฬาดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ที่นี่ยังเป็นจุดตกปลาเทราต์และแซลมอนที่ยอดเยี่ยม ด้วยเต็มไปด้วยทะเลสาบและแม่น้ำที่สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวกสบาย

ชื่อ เมารี สำหรับเมืองไครส์เชิร์ช คือ โอเท๊าทาหิŌtautahi (“สถานที่ของเท๊าทาหิ – Tautahi”) ซึ่งเป็นจุดกำเนินของชื่อสถานที่นี้มาจากแม่น้ำเอวอน ใกล้กับถนนคิลมอลล์ และ สถานีดับเพลิงไครส์เชิร์ช สถานที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของ Ngāi Tahu หัวหน้า Te Potiki Tautahi เจ้าของบ้านท่าน้ำเลฝวี่ (Port Levy) ฝั่งน่านน้ำเพนซิลซูล่า โอเท๊าทาหิ – Ōtautahi เป็นชื่อที่นำมาใช้ ในปี 1930 ก่อนที่ Ngāi Tahu จะเรียกดินแดนไครส์เชิร์ชว่า คารายเทียน่า (Karaitiana) คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษของชาวคริสเตียน ชื่อย่อของเมืองที่ชาวนิวซีแลนด์มักเรียกคือ เชิร์ช (Chch) สำหรับสัญลักษณ์ทางภาษาของนิวซีแลนด์* ชื่อเมืองจะแสดงสัญลักษณ์มือ เป็นรูปตัวซี (C) 2 ครั้ง โดยการแสดงสัญลักษณ์ครั้งที่ 2 นับจากขวาของตัวแรก และในขณะเดียวกัน ก็สื่อสารกันด้วยการขัยบปากว่า ไครส์เชิร์ช”

** สัญลักษณ์ทางภาษาของนิวซีแลนด์ (New Zealand Sign Language หรือ NZSL) คือ ภาษาหลักที่ใช้ในสังคมคนพิการทางหูของประเทศนิวซีแลนด์ **

 

      

นอกจากนี้ที่เมืองไครส์เชิร์ชยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น Cathedral Square Church of England, Botanic Gardens and Hagley Park, Canterbury Museum, Willowbank Wildlife Reserve, Southern Encounter Aquarium and Kiwi House, The Roman Catholic basilica, Christchurch City Art Gallery เป็นต้น รวมทั้ง ที่ช็อปปิ้งอย่าง Re:START ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่แห่งศูนย์กลางการช็อปปิ้งที่สามารถใช้คำจำกัดความที่ว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้” ซึ่งห้างสรรพสินค้าดังกล่าวนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และยังเป็นที่ตั้งของร้านค้ากว่า 50 ร้านค้า ซึ่งอยู่ใกล้กับ ออกซ์ฟอร์ด เทอร์เรซ (Oxford Terrace) และ คาเชล (Cashel) อีกทั้ง โคลัมโบ (Columbo) และถนนลิชฟิลด์ (Lichfield Street) ซึ่งมากกว่า 80% ของร้านค้าเหล่านีได้เคยถูกทำลายลงด้วยพิบัติทางธรรมชาติ หรือจะเป็นที่จตุรัสคาธีดรัล (Cathedral Square) หรือจัตุรัสกลางเมือง มักจะสร้างความสะเทือนอารมณ์ให้แก่ผู้มาเยือนถึงความเสียหายที่เจ็บปวดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ด้วยภาพของโบสถ์นิกายแองกลิกันที่ต่อมาให้ใช้เป็นชื่อเรียกขานจัตุรัสดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีเพียงโบสถ์กระดาษแข็ง (Cardboard Catherdral)ที่สร้างขึ้นเป็นการชั่วคราว เพื่อทดแทนกับโบสถ์หลังเดิมให้ได้ชมเท่านั้น รวมทั้ง ลานน้ำแข็งที่เราสามารถสัมผัสบรรยากาศแบบขั้วโลกใต้โดยที่ไม่ต้องเดินทางออกจากเมืองไครส์เชิร์ช โดยการไปสำรวจยัง อินเตอร์ เนชั่นแนล แอนตาร์กติก เซ็นเตอร์ (International Antarctic Centre)  ซึ่งมีศูนย์บริการสำหรับผู้เข้าชมที่เรียกว่า The Antarctic Attraction อันเป็นสถานที่ๆฟื้นฟูนกเพนกวินสีน้ำเงินตัวน้อยๆ 

  

 

และเมืองไครส์เชิร์ชยังมีอะไรมากมายกว่าที่เห็น ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งรวมนักผจญภัยกลางแจ้งเนื่องจากว่ามีกิจกรรมมากมายให้ทำ เช่น  การเดินเขา การขึ่จักรยานภูเขา การไต่เขา การขี่ม้าและการกระโดดร่ม เป็นต้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศอันอบอุ่นที่ทำให้ไคร้ส์เชิร์ชมีปริมาณน้ำฝนต่ำที่สุดในประเทศและด้วยสภาพภูมิประเทศอันเป็นที่ราบจึงทำให้เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการขี่จักรยานหรือเดินเท้า นอกจากนี้ในช่วงกลางคืน “The Strip” คือศูนย์รวมคาเฟ่และบาร์อันมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีแหล่งอาหารการกินชั้นเยี่ยมโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเลและเนื้อแกะคงไม่ผิดหวังเพราะอาหารเหล่านี้สามารถหาได้ที่คาเฟ่และภัตตาคารมากมายที่ให้บริการอาหารที่สดและใหม่อยู่ ส่วนในเขตแคนเทอเบอรี่ก็มีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์และเมืองไครส์เชิร์ชก็อยุ่ไม่ไกลจากโรงผลิตไวน์ท้องถิ่นมากกว่า 40 แห่ง และเมื่อออกนอกเมืองไป 2 ชั่วโมง เราก็จะเจอลานสกี Authur’s Pass หรืออาจจะเลือกชื่นมทัศนียภาพแบบเทือกเขาแอลปือันงดงามตามเส้นทางเดินเท้าสั้นๆที่มีอยู่มากมาย ส่วน Kaikoura ก็อยู่ห่างออกไปเพียง 2 ชั่วโมง เมื่อเดินทางไปทางเหนือเพียง 1 ชั่วโมง คุณจะได้พบกับภูมิทัศน์อันงดงามของเมืองท่าเรือฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Akaroa เพียง 84 กิโลเมตรไปทางตะวันออกของไครสต์เชิร์ช บนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเล เป็นที่ตั้งของเมืองอคารัว (Akaroaซึ่งเป็นแหล่งชุมชนของชาวอังกฤษและฝรั่งเศสในอดีตกาล ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคล่าอาณานิคมและประวัติศาสตร์เมารี อีกทั้งยังมีรีสอร์ทอันยอดนิยมสำหรับฤดูร้อน ที่พร้อมให้คุณได้แวกว่ายไปกับปลาโลมา ซึ่งนับเป็นกิจกรรมสุดพิเศษของที่นี่อีกด้วย